คุยกับ “ไวท์” กุลธวัช บัวเจริญ แข้งป้ายแดง “ค้างคาวมหากาญจน์” ดีกรีดาราช่อง 7

ภายหลังที่ การท่าเรือ เอฟซี จัดการคว้าตัว อดิศร พรหมรักษ์ กองหลังดีกรีทีมชาติไทย จากเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด มาร่วมทัพ ปัจจุบันเปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเรียบร้อยแล้ว ช่วงวันที่ 25 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ซึ่ง “เจ้าเก่ง” เป็นนักเตะรายที่ 11 ในรอบ 10 ปี ที่ย้ายทีมโดยตรง จากเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ไปสู่การท่าเรือ เอฟซี นับตั้งแต่ ฤดู 2011 มาจนถึง ฤดู 2020
วันนี้จึงต้องการจะพาสาวกบอลไทย มาติดตามกันว่าในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา จะมีนักเตะคนไหนบ้างที่เคยใส่เสื้อเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด แล้วย้ายมาใส่เสื้อของ การท่าเรือ เอฟซี ไปติดตามกันได้เลย
อดิศักดิ์ กลิ่นโกสุม

ฤดู 2012

อดิศักดิ์ กลิ่นโกสุม : อดีตกองกลางทีมชาติไทย ชุดชิงถ้วยประราชทานคิงส์คัพ เมื่อปี 2012 เคยย้ายจากเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ไปร่วมทีม การท่าเรือ เอฟซี เมื่อปี 2012 ด้วยสัญญายืมตัว

อนุศักดิ์ เหล่าแสงไทย : อดีตเด็กปั้นของเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ขยับขึ้นมาเล่นชุดใหญ่กับทีมเมื่อปี 2010 และถูกปล่อยให้ การท่าเรือ เอฟซี ยืมตัว ไปใช้งาน เมื่อปี 2012  

รี เมียง จุน : อดีตกองหน้าเยาวชนทีมชาติเกาหลีเหนือ เป็นนักเตะอีกรายของทัพกิเลนผยองที่ถูกปล่อยตัวให้กับ การท่าเรือ เอฟซี ยืมตัวไปใช้งาน ในปี 2012

ศิวกร จักขุประสาท

ฤดู 2015 

ศิวกร จักขุประสาท : กองกลางวัย 28 ปี ปัจจุบันรับบทกัปตันทีมของ การท่าเรือ เอฟซี เป็นอีกหนึ่งกำลังสำคัญของสิงห์เจ้าท่า เคยย้ายจาก การท่าเรือ เอฟซี ไปร่วมทีม เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด เมื่อปี 2013 ต่อมาในปี 2015 ได้ย้ายกลับไปเล่นให้กับ การท่าเรือ เอฟซี อีกรอบ และอยู่กับทีมมาจนถึงปัจจุบัน

วุฒิชัย ทาทอง : อดีตศูนย์หน้าทีมชาติไทยชุดแชมป์ซีเกมส์ครั้งที่ 24 วัย 35 ปี ปัจจุบันแขวนสตั๊ดไปเรียบร้อยแล้ว ในอดีตเคยเป็นอีกหนึ่งแข้งคนสำคัญของเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ที่ย้ายไปร่วมทีม การท่าเรือ เอฟซี 

ทศพล ลาเทศ : แข้งวัย 30 ปี ย้ายจาก เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด เมื่อปี 2015 มาอยู่กับ การท่าเรือ เอฟซี และเป็นหนึ่งในกำลังสำคัญของ สิงห์เจ้าท่า มาจนถึงปัจจุบัน

อาทิตย์ ดาวสว่าง

ฤดู 2016

อาทิตย์ ดาวสว่าง : อดีตแข้ง เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด เคยช่วยทีมคว้าแชมป์ไทยลีก เมื่อปี 2012 ถูกปล่อยตัวให้กับ การท่าเรือ เอฟซี ยืมตัวไปใช้งานเมื่อปี 2016 ในดิวิชั่น 1 (ไทยลีก2ปัจจุบัน) ก่อนช่วยทีมเลื่อนชั้นสู่ไทยลีกและแยกทางกันในเวลาต่อมา

เฮแบร์ตี้ แฟร์นันเดส, ชาริล ชัปปุยส์, อดิศักดิ์ ไกราร

ฤดู 2020

เฮแบร์ตี้ แฟร์นันเดส :  เดอะแบกของทัพกิเลนผยอง ย้ายมาร่วมทีมเมื่อปี 2017 และแปลงเป็นกำลังสำคัญของทีม ก่อนที่จะถูกการท่าเรือ เอฟซี ยืมตัวไปใช้งานด้วยสัญญายืมตัว 1 ปี ในฤดู 2020 ถือเป็นข่าวสุดช็อคของแฟนบอลเมืองทอง เพราะการขาดหายไปของแนวรุกรายนี้ สร้างความลำบากให้กับทีมพอสมควร

อดิศักดิ์ ไกรษร :  กองหน้าวัย 29 ปี เป็นอีกหนึ่งดีลสุดฮือฮาของ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ที่ย้ายมาร่วมทีม การท่าเรือ เอฟซี ในรูปแบบสัญญายืมตัว เพื่อให้ล่าแชมป์ไทยลีก โดยในฤดู 2019 ที่ผ่านมา อดิศักดิ์ เองก็ไม่ค่อยได้รับโอกาสลงสนามมากนัก เนื่องด้วยมีอาการบาดเจ็บรบกวนอยู่บ่อยครั้ง ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นสมาชิกใหม่ของสิงห์เจ้าท่าในฤดู 2020

ชาริล ชัปปุยส์ :  เป็นอีกหนึ่งนักเตะขวัญใจสาวกกิเลนผยอง สำหรับ ชาริล ชัปปุยส์ นั้นพึ่งจะหมดสัญญากับทีมในฤดู 2019 ที่ผ่านมา และไม่ได้มีการต่อสัญญาออกไป ซึ่งเจ้าตัวก็ได้รับความสนใจจากหลายสโมสร ก่อนที่จะตกลงปลงใจเลือกย้ายไปร่วมทีม การท่าเรือ เอฟซี ล่าแชมป์ไทยลีก ในฤดู 2020

อดิศร พรหมรักษ์ : แนวรับดีกรีทีมชาติไทย วัย 26 ปี เพิ่งจะเปิดตัวไปรายปัจจุบัน กับสโมสร การท่าเรือ เอฟซี โดยเป็นการซื้อขาดจากสโมสรเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด หลัง การท่าเรือ ชื่นชอบและติดตามผลงาน “เจ้าเก่ง” มายาวนาน

Ballthai : อยากรู้จัก ไวท์ กุลธวัช บัวเจริญ กับเส้นทางสายฟุตบอลตั้งแต่วัยเด็ก ช่วยเล่าให้เราฟังหน่อยครับ

ไวท์ : ผมชอบเล่นฟุตบอลตั้งแต่อายุ 6 ขวบ ก็เล่นมาเรื่อยๆ เป็นพาร์ทเนอร์โรงเรียน พาร์ทเนอร์อำเภอและจังหวัดตามรุ่นไปครับ จนถึงจบมัธยมก็ได้เล่นเป็นพาร์ทเนอร์จังหวัดกาญจนบุรีแข่งรายการต่างๆครับ

Ballthai : จับพลัดจับผลูมายังไง ถึงได้มาโผล่ใน “วงการบันเทิง” ในฐานะนักแสดงสังกัดช่อง 7HD ได้ครับ ?

ไวท์ : ตอนนั้นเป็นช่วงที่จบมัธยมใหม่ๆ ซึ่งผมเองเป็นคนต่างจังหวัดและเข้าไปเรียนในกรุงเทพฯที่มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต ถูกบังคับประกวดดาวเดือน ซึ่งผมเองตอนนั้นไม่ชอบมากๆ เพราะเราเป็นคนขี้อาย แต่ในที่สุดก็ต้องยอมเพราะโดนรุ่นพี่บังคับ และก็มีแมวมองในวงการบันเทิงมาชักชวนไปประกวดเวทีต่างๆ และบังเอิญไปประกวดที่ไหนผมก็ได้รางวัลชนะเลิศตลอดและได้เงินรางวัล ทำให้รู้สึกว่ามันไม่ใช่เรื่องน่าอาย เพราะมันทำให้เราได้แสดงความสามารถ และหาเงินได้ด้วยตัวเอง มันน่าภูมิใจ และผมได้มีโอกาสแสดงมิวสิควิดีโอจำชื่อเพลงไม่ได้ และได้มีโอกาสเล่นละครสั้นของรายการฟ้ามีตา ตรงนี้อาจจะทำให้ทางช่อง 7 เห็นความสามารถ และเรียกมาแคสติ้งเข้าสังกัด และผมก็แคสติ้งผ่านเลยได้เซ็นสัญญาครับ

กุลธวัช 02

Ballthai : มุมมองของ ไวท์ ในวงการฟุตบอลอาชีพของไทยเป็นยังไง ?

ไวท์ : ฟุตบอลอาชีพในเมืองไทยขณะนี้ถือว่าพัฒนามาไกล แตกต่างจากสมัยก่อนที่นักฟุตบอลส่วนมากเล่นเพื่อบรรจุเข้าหน่วยงานรัฐ หรือหน่วยงานรัฐวิสาหกิจต่างๆ เพราะรายได้จากฟุตบอลน้อย แตกต่างจากยุคนี้ที่ฟุตบอลสามารถเลี้ยงครอบครัวได้ นักฟุตบอลมีความเป็นมืออาชีพมากขึ้นจากรายได้ที่มาก และแต่ละสโมสรก็พัฒนามากขึ้นแตกต่างจากยุคก่อน จะเห็นได้ว่าสมัยนี้นักฟุตบอลเก่งเยอะมาก เพราะแต่ละสโมสรมีอะคาเดมี่ ปลูกฝังเยาวชนตั้งแต่เล็กมีการปูพื้นฐาน ฟุตบอลไทยมีการแข่งขันที่สูงขึ้น ซึ่งผมเชื่อว่าสิ่งนี้จะทำให้วงการฟุตบอลประเทศไทยพัฒนาขึ้นไปเรื่อยๆครับ

Ballthai : นักเตะคนโปรดทั้งไทยและต่างประเทศของไวท์คือใคร ?

ไวท์ : ผมมีไอดอลคือพี่แจ๊ค จิรวัฒน์ มัครมย์ และ พี่โก้ ดัสกร ทองเหลาครับ
ส่วนนักฟุตบอลต่างประเทศผมชอบ ไมเคิ่ล คาร์ริค ครับ

Ballthai : คิดว่า วงการฟุตบอล กับ วงการบันเทิง มันสามารถไปพร้อมกันได้หรือไม่ ?

ไวท์ : ส่วนตัวผมคิดว่าไปพร้อมกันได้ครับ สมัยนี้ดารานักแสดงหรือคนในวงการบันเทิงเล่นฟุตบอลกันเยอะมาก เพราะฟุตบอลคือกีฬายอดฮิต ผมคิดว่ายอดเยี่ยมถ้าสโมสรไหนมีคนในวงการบันเทิงที่มีความสามารถเล่นฟุตบอลได้เก่งอยู่ในทีม ก็จะช่วยในการประชาสัมพันธ์สโมสรได้ครับ

กุลธวัช 03

Ballthai : แบ่งเวลาให้กับทั้ง 2 อาชีพย่างไรให้ลงตัว ?

ไวท์ : ต้องบอกก่อนว่า ผมมีความโชคดีที่มีทีมงานสตาฟโค้ชที่เข้าใจและทราบว่าเราเป็นนักแสดงด้วย ยกตัวเช่น สโมสรที่ผมเล่นขณะนี้คือเมืองกาญจน์ยูไนเต็ดทางโค้ชโป้ง (กฤษณ์ สิงห์ปรีชา) ให้ดูคิวละครเป็นหลัก แต่ไม่ใช่ว่าฟุตบอลไม่สำคัญ ผมก็ยังต้องทำเหมือนเพื่อนในทีมทุกคน ถ้าวันไหนไม่มีถ่ายละครผมต้องไปซ้อมตามปกติ ถ้ามีถ่ายก็จะส่งคิวให้โค้ชดูและถ่ายเสร็จผมก็จะกลับมาอยู่ที่แคมป์ของสโมสรและซ้อมปกติครับ

Ballthai : ระหว่าง ฟุตบอล กับ การแสดงละคร ไวท์ชอบอะไรมากกว่ากัน ?

ไวท์ : ผมรักทั้ง 2 อย่างครับ เลือกไม่ได้จริงๆ และผมจะทำให้ดีทั้งคู่ครับ ฟุตบอลคือสิ่งที่ผมรักมากเพราะมันปลูกฝังในความรักของผมมาตั้งแต่เด็ก ส่วนละครคือความโชคดีที่ผมได้มีโอกาส และทำให้ผมรักในการเล่นละครเช่นกัน

Ballthai : จุดมุ่งหมายในเส้นทางนักฟุตบอลอาชีพ ไวท์ตั้งไว้ยังไงบ้าง ?

ไวท์ : ผมอยากเล่นฟุตบอลอาชีพจนกว่าร่างกายของผมจะเล่นไม่ไหว เพราะผมรักอาชีพนี้ จุดมุ่งหมายจริงๆของผมคือ อยากนำทีม เมืองกาญจน์ ยูไนเต็ด ซึ่งเป็นทีมบ้านเกิดของผมไปเล่นใน T1 ให้ได้ ถ้าทำได้มันน่าภูมิใจมากครับ

กุลธวัช เบอร์30

Ballthai : กับทีม “ค้างคาวมหากาญจน์” ในปีนี้ใส่เสื้อหมายเลขอะไร และคิดว่าจะช่วยทีมได้ยังไงบ้าง ?

ไวท์ : ผมใส่เสื้อหมายเลข 30 เป้าหมายของทีมในปีนี้คือขึ้นไปเล่นใน T2 ให้ได้ ผมจะใช้ความเป็นมืออาชีพ และความสามารถที่มีช่วยทีมให้ได้เยอะที่สุดเมื่อได้รับโอกาสลงไปเล่นครับ

Ballthai : ฝากอะไรถึงน้องๆเยาวชนที่รักในกีฬาฟุตบอลหน่อยครับ

ไวท์ : ผมอยากให้น้องๆเยาวชน ตั้งใจ ตั้งเป้าหมาย หมั่นฝึกซ้อม ดูการเล่นของนักฟุตบอลอาชีพเยอะๆ มีความเชื่อมั่นในตัวเอง กล้าเล่น ที่สำคัญที่สุดคือน้องๆ ต้องมีระเบียบวินัย การที่จะขึ้นมาเป็นนักฟุตบอลที่ดีได้สำคัญที่สุดคือระเบียบวินัยครับ

Ballthai : สุดท้ายนี้ ฝากอะไรถึงสาวกและแฟนละครที่ให้กำลังใจไวท์หน่อยครับ

ไวท์ : ผมขอฝากถึงกองเชียร์ เมืองกาญจน์ ยูไนเต็ด และแฟนฟุตบอลที่เชียร์ผมด้วยนะครับผมและนักเตะในทีมทุกคนจะทำเต็มที่เพื่อบรรลุเป้าหมายของทีมให้ได้ อยากให้กองเชียร์เมืองกาญจน์เข้ามาเชียร์พวกเราทุกคนครับ กำลังใจจากกองเชียร์สำคัญมาก และผมขอฝากละครเรื่อง “ทะเลเดือด” ทางช่อง 7 และผลงานภาพยนตร์เรื่อง “นาคราช” ด้วยนะครับ

ufa1688 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *